หากคุณกำลังวางแผนนำเข้า-ส่งออก หรือทำธุรกิจโลจิสติกส์ สิ่งแรกที่ต้องรู้คือ “ประเภทของตู้คอนเทนเนอร์” เพราะการเลือกตู้ให้เหมาะกับสินค้า ไม่เพียงแต่จะช่วยลดต้นทุนการขนส่ง แต่ยังช่วยรักษาคุณภาพของสินค้าให้ถึงปลายทางอย่างปลอดภัย
ในบทความนี้ เราจะพาไปทำความรู้จักกับตู้คอนเทนเนอร์ประเภทต่างๆ ตามมาตรฐาน ISO ที่นิยมใช้กันทั่วโลก
1. Dry Container (ตู้สินค้าทั่วไป)
เป็นประเภทที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด (Standard Container) ใช้สำหรับบรรจุสินค้าแห้งทั่วไปที่ไม่ต้องการการควบคุมอุณหภูมิ เช่น เสื้อผ้า, เครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออะไหล่ยนต์
- ขนาดมาตรฐาน: มีทั้งขนาด 20 ฟุต และ 40 ฟุต
- จุดเด่น: แข็งแรง ทนทานต่อสภาพอากาศ และมีการซีลปิดสนิทเพื่อป้องกันความชื้น
2. Refrigerator Container (ตู้ปรับอากาศ/ตู้ Reefer)
ตู้คอนเทนเนอร์ที่ติดตั้งระบบทำความเย็นในตัว เหมาะสำหรับสินค้าที่เน่าเสียง่าย (Perishable Goods)
- สินค้าที่ใช้: ผลไม้สด, อาหารทะเล, เนื้อสัตว์, ยาและเวชภัณฑ์
- การควบคุม: สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ตั้งแต่ $+25$ ไปจนถึง $-35$ องศาเซลเซียส (ขึ้นอยู่กับรุ่นของตู้)
3. Open Top Container (ตู้เปิดหลังคา)
ออกแบบมาสำหรับสินค้าที่มีความสูงเป็นพิเศษ หรือไม่สามารถโหลดเข้าทางประตูตู้ปกติได้
- ลักษณะ: ส่วนบนจะไม่มีหลังคาเหล็ก แต่จะใช้ผ้าใบ (Tarpaulin) คลุมแทน
- การใช้งาน: เหมาะสำหรับเครื่องจักรขนาดใหญ่ หรือสินค้าที่มีรูปทรงสูงเกิน 2.3-2.5 เมตร
4. Flat Rack Container (ตู้พื้นราบ)
ตู้ประเภทนี้จะไม่มีผนังด้านข้างและด้านบน มีเพียงพื้นและผนังหัว-ท้าย (ซึ่งบางรุ่นพับเก็บได้)
- การใช้งาน: ใช้สำหรับสินค้าที่มีขนาดกว้างหรือยาวเกินขนาดตู้ปกติ (Oversized Cargo) เช่น รถแทรกเตอร์, เสาเข็ม หรือท่อเหล็กขนาดใหญ่
5. Ventilated Container (ตู้ระบายอากาศ)
มีลักษณะคล้าย Dry Container แต่มีการออกแบบช่องระบายอากาศเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการสะสมของความร้อนและความชื้น
- สินค้าที่ใช้: เมล็ดกาแฟ, โกโก้, หรือผลิตผลทางการเกษตรที่ยังมีการ “หายใจ” อยู่
ตารางเปรียบเทียบขนาดตู้คอนเทนเนอร์ยอดนิยม (ISO Standard)
| ประเภทตู้ | ความยาว (ฟุต) | ความกว้างภายใน (ม.) | ความสูงภายใน (ม.) | น้ำหนักบรรจุสูงสุด (ตัน) |
| 20′ Dry | 20 | 2.35 | 2.39 | ~28 |
| 40′ Dry | 40 | 2.35 | 2.39 | ~26 |
| 40′ High Cube | 40 | 2.35 | 2.69 | ~26 |
สรุป เลือกตู้คอนเทนเนอร์อย่างไรให้คุ้มค่า?
การเลือกประเภทตู้ควรพิจารณาจาก ลักษณะสินค้า, ปริมาณ (CBM), และงบประมาณ หากคุณเลือกประเภทตู้ผิด อาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายส่วนเกิน (Surcharge) หรือความเสียหายของสินค้าระหว่างการเดินทางได้
ขนส่งสินค้าไปจีน-ไทย มั่นใจ เลือกใช้ Gogo Cargo
เมื่อคุณทราบแล้วว่าต้องใช้ตู้คอนเทนเนอร์แบบไหน ขั้นตอนต่อไปคือการเลือก “พาร์ทเนอร์การขนส่ง” ที่ไว้ใจได้!
Gogo Cargo เราคือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการนำเข้าสินค้าจากจีนมาไทย พร้อมให้บริการขนส่งทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น:
- LCL (Less than Container Load): ขนส่งแบบแชร์ตู้ สำหรับผู้ที่เริ่มต้นนำเข้า หรือมีสินค้าจำนวนไม่มาก
- FCL (Full Container Load): บริการเหมาตู้คอนเทนเนอร์ สำหรับธุรกิจที่ต้องการความรวดเร็วและเป็นส่วนตัว
- ระบบติดตามสินค้า: เช็กสถานะได้แบบ Real-time 24 ชั่วโมง
- ทีมงานมืออาชีพ: ให้คำปรึกษาเรื่องประเภทตู้และการจัดการเอกสารผ่านศุลกากรอย่างถูกต้อง
ประหยัดกว่า เร็วกว่า ปลอดภัยกว่า ต้อง Gogo Cargo เท่านั้น!สนใจสอบถามเรทค่าขนส่งหรือปรึกษาการนำเข้า > ติดต่อเราได้ที่
อ่านเรื่องอื่นเพิ่มเติมได้ที่:

