ถ้าคุณกำลังเจอปัญหา เคลียร์ของออกไม่ได้ หรือสถานะพัสดุค้างอยู่ที่ศุลกากรนานผิดปกติ อย่าเพิ่งสติแตกครับ ปัญหานี้แก้ไขได้ถ้าเรารู้จุดที่ผิดพลาด บทความนี้ GoGo Logistics จะช่วยไกด์วิธีนำของออกจากด่านแบบ Step-by-Step พร้อมเจาะลึกเรื่อง ค่าปรับศุลกากร ที่คุณอาจต้องเจอ
1. เช็กให้ชัวร์: ทำไม “ของติดด่าน” ?
ก่อนจะแก้ ต้องรู้สาเหตุก่อนครับ ส่วนใหญ่พัสดุที่ส่งมาจากต่างประเทศแล้วติดด่าน มักมาจาก 3 สาเหตุหลัก:
- สำแดงราคาต่ำเกินจริง (Under-declaration): เจ้าหน้าที่มองว่าราคาสินค้าไม่ตรงกับความเป็นจริง
- เป็นของต้องกำกัด (Restricted Goods): สินค้าที่ต้องมีใบอนุญาตก่อนนำเข้า เช่น เครื่องสำอาง (อย.), อุปกรณ์การแพทย์, โดรน, หรือพืช/สัตว์
- ข้อมูลไม่ครบถ้วน: เช่น ชื่อที่อยู่ผู้รับไม่ชัดเจน หรือไม่มีใบกำกับภาษี (Invoice) แนบมา
2. ขั้นตอนการแก้ไขเมื่อพัสดุถูกกัก
หากคุณพบว่า ของติดด่าน ให้รีบดำเนินการตามนี้ครับ:
ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบสถานะและเอกสาร
หากส่งผ่านไปรษณีย์ไทย คุณจะได้รับ ใบแจ้งให้ออกของ (สีเขียว/สีฟ้า) ส่งมาที่บ้าน ในนั้นจะระบุว่าคุณต้องไปรับของที่ไหน และต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
ขั้นตอนที่ 2: เตรียมเอกสารยืนยัน
สิ่งที่ต้องเตรียมเพื่อไปสู้ (หรือไปเคลียร์) ได้แก่:
- บัตรประชาชนตัวจริง
- หลักฐานการสั่งซื้อ (Order Confirmation)
- หลักฐานการชำระเงิน (Statement ธนาคาร หรือสลิปบัตรเครดิต) *สำคัญมาก
ขั้นตอนที่ 3: ติดต่อเจ้าหน้าที่
- กรณีส่งผ่านไปรษณีย์: นำใบแจ้งไปที่ส่วนบริการศุลกากรไปรษณีย์
- กรณีส่งผ่าน Courier (DHL, FedEx, UPS): ปกติบริษัทเหล่านี้จะมีตัวแทนเคลียร์ของให้ ให้รีบส่งเอกสารหลักฐานราคาที่ถูกต้องให้เจ้าหน้าที่บริษัทโดยเร็ว
3. ค่าปรับศุลกากรและภาษีที่ต้องรู้
การนำของออกจากด่าน ไม่ได้มีแค่ค่าสินค้าครับ สิ่งที่คุณต้องเตรียมใจจ่ายคือ
- ภาษีนำเข้า (Import Duty): อัตราตามประเภทสินค้า (0% – 80%)
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): 7% ของ (ราคาสินค้า + ค่าขนส่ง + ภาษีนำเข้า)
- ค่าปรับ (ถ้ามี): หากเจ้าหน้าที่พบว่าตั้งใจสำแดงเท็จเพื่อเลี่ยงภาษี อาจมีโทษปรับ 1 – 4 เท่าของมูลค่าอากรที่ขาด รวมถึงอาจโดนโทษทางอาญาด้วยครับ
Note: หากสินค้ารวมค่าขนส่งแล้ว มูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท จะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าและ VAT ครับ
4. วิธีป้องกันไม่ให้ เคลียร์ของออกไม่ได้ ในครั้งหน้า
- ขอ Invoice ทุกครั้ง: กำชับผู้ขายให้แนบใบกำกับภาษีที่ชัดเจนไว้หน้ากล่อง
- เช็กของต้องห้าม: ตรวจสอบก่อนสั่งว่าสินค้าชิ้นนั้นต้องขออนุญาตหน่วยงานไหนหรือไม่ (เช่น สมุนไพร, อาหารเสริม)
- ใช้บริการ Shipping ที่น่าเชื่อถือ: หากสั่งของจำนวนมาก การใช้ชิปปิ้งที่มีความเชี่ยวชาญจะช่วยลดความเสี่ยงได้มากครับ
แหล่งข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ
- กรมศุลกากร (Thai Customs) – ตรวจสอบพิกัดอัตราภาษีและระเบียบการนำเข้า
- ไปรษณีย์ไทย (Thailand Post) – การติดตามสถานะพัสดุระหว่างประเทศ
สรุป
ถ้าของติดด่าน อย่ารอช้าครับ ยิ่งค้างไว้นานอาจมี ค่าฝากโกดัง เพิ่มขึ้นอีก รีบเตรียมหลักฐานราคาที่จ่ายจริงแล้วไปคุยกับเจ้าหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ดีที่สุดครับ
อ่านเรื่องอื่นเพิ่มเติม:

