ปัญหาโลกแตกของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หรือผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่ม นำเข้าสินค้าจากจีน มักจะหนีไม่พ้นเรื่อง “ภาษี” ใช่ไหมครับ? จะนำเข้าเสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของเล่น คำถามแรกที่เกิดขึ้นคือ “สินค้าตัวนี้เสียภาษีเท่าไหร่?
กุญแจสำคัญที่จะไขคำตอบนี้ได้คือรหัสชุดตัวเลขที่เรียกว่า “HS Code” นั่นเองครับ ในบทความนี้ GOGO CARGO จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ HS Code แบบเจาะลึกแต่เข้าใจง่าย ว่ามันคืออะไร มีวิธีดูอย่างไร และจะใช้ประโยชน์จากมันเพื่อวางแผนลดต้นทุนการนำเข้าได้อย่างไรบ้าง
HS Code คืออะไร?
HS Code ย่อมาจาก Harmonized System Code ภาษาไทยเรียกว่า “พิกัดศุลกากร” เป็นระบบการจำแนกประเภทและระบุชนิดสินค้าด้วยรหัสตัวเลข ซึ่งได้รับการยอมรับเป็นมาตรฐานสากลจากองค์การศุลกากรโลก (World Customs Organization: WCO) ที่มีประเทศสมาชิกกว่า 170 ประเทศทั่วโลกใช้งานร่วมกัน
เปรียบเทียบง่ายๆ HS Code ก็เหมือนกับ “เลขบัตรประชาชนของสินค้า” ครับ ไม่ว่าสินค้าชิ้นนั้นจะเดินทางไปประเทศไหนในโลก เจ้าหน้าที่ศุลกากรก็จะดูเลขนี้เพื่อระบุว่ามันคืออะไร โดยไม่ต้องมานั่งเถียงกันเรื่องชื่อเรียกภาษาถิ่น
HS Code ดูอย่างไร?
รหัส HS Code ที่เป็นมาตรฐานสากลจะมี 6 หลักแรก ที่เหมือนกันทั่วโลก แต่ในแต่ละภูมิภาคหรือแต่ละประเทศ อาจจะมีการเพิ่มตัวเลขหลักท้ายๆ เข้าไปเพื่อความละเอียดในการจัดเก็บภาษีและสถิติ สำหรับ ประเทศไทย เราใช้ระบบพิกัดอัตราศุลกากรฮาร์โมไนซ์อาเซียน (AHTN) ซึ่งจะมีทั้งหมด 8 หลัก ดังนี้ครับ
- 2 หลักแรก (Chapter): บอกหมวดหมู่สินค้าหลัก (เช่น หมวดพลาสติก, หมวดเครื่องจักร)
- 2 หลักต่อมา (Heading): บอกประเภทสินค้าย่อยในหมวดนั้น
- 2 หลักต่อมา (Subheading): บอกรายละเอียดสินค้าที่เจาะจงลงไปอีก (จบที่ 6 หลักนี้คือมาตรฐานโลก)
- 2 หลักสุดท้าย (Specific Code): เป็นรหัสเฉพาะของกลุ่มประเทศอาเซียน/ไทย เพื่อระบุอัตราภาษีและเงื่อนไขเฉพาะ

ทำไมผู้นำเข้าสินค้าจากจีน ต้องรู้เรื่อง HS Code?
การรู้ HS Code ที่ถูกต้องมีความสำคัญมากสำหรับลูกค้าของ GOGO CARGO เพราะมันส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจของคุณถึง 4 เรื่องใหญ่ๆ ครับ
- ใช้คำนวณภาษีนำเข้า (Import Duty): HS Code จะเป็นตัวกำหนดว่าสินค้าของคุณต้องเสียภาษีนำเข้ากี่เปอร์เซ็นต์ (ตั้งแต่ 0% ไปจนถึง 30-40%) หากระบุผิด อาจทำให้คุณคำนวณต้นทุนผิดพลาด หรือถูกปรับเงินย้อนหลังได้
- ใช้ขอสิทธิลดหย่อนภาษี (Form E): หากคุณนำเข้าสินค้าจากจีน การใช้สิทธิ Form E เพื่อลดภาษีเป็น 0% จำเป็นต้องระบุ HS Code ให้ตรงกัน หากระบุผิด อาจจะเสียสิทธิ์ตรงนี้ไปอย่างน่าเสียดาย
- ตรวจสอบกฎหมายควบคุม (Licenses): HS Code จะบอกได้ว่าสินค้านั้นเป็น “สินค้าควบคุม” หรือไม่ เช่น ต้องขอ มอก. (TISI), อย. (FDA) หรือใบอนุญาตนำเข้าเฉพาะทางหรือไม่
- ความรวดเร็วในการเดินพิธีการฯ: การระบุ HS Code ที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจปล่อยสินค้าได้รวดเร็ว สินค้าถึงมือคุณไวขึ้น
วิธีเช็ค HS Code เบื้องต้นด้วยตัวเอง
สำหรับผู้ที่อยากลองตรวจสอบเบื้องต้น สามารถทำได้ดังนี้ครับ:
- ถามผู้ขายจีน (Supplier): วิธีที่ง่ายที่สุดคือขอ HS Code 6 หลักแรกจากโรงงานจีน เพราะเขาเป็นผู้ผลิตย่อมรู้ดีที่สุดว่าสินค้าเขาคืออะไร
- ค้นหาผ่านเว็บไซต์กรมศุลกากร: เข้าไปที่เว็บไซต์ tariff.customs.go.th แล้วลองค้นหาด้วย “คำค้น” ภาษาไทย (เช่น รองเท้า, กระเป๋า) หรือใส่ “พิกัด” 6 หลักที่ได้จากจีน เพื่อดูว่าตรงกับรหัส 8 หลักของไทยตัวไหน
- ปรึกษาชิปปิ้งผู้เชี่ยวชาญ: หากสินค้ามีความซับซ้อน หรือเป็นวัสดุผสม การตีความ HS Code อาจจะยากและมีความเสี่ยง การปรึกษาทีมงาน GOGO CARGO จะช่วยให้คุณได้ข้อมูลที่แม่นยำที่สุดครับ
สรุป
HS Code เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์ หากคุณไม่อยากปวดหัวกับการเปิดตำราหากฎหมาย หรือกังวลว่าจะคำนวณภาษีผิดพลาด
ให้ GOGO CARGO เป็นผู้ช่วยของคุณสิครับ!
เราให้บริการ นำเข้าสินค้าจากจีน แบบครบวงจร ทีมงานของเราพร้อมให้คำปรึกษาเรื่องพิกัดศุลกากร (HS Code) ช่วยประเมินต้นทุนภาษี และดำเนินการเรื่องเอกสาร Form E ให้ถูกต้อง เพื่อให้คุณนำเข้าสินค้าได้อย่างสบายใจ ถูกต้องตามกฎหมาย และได้กำไรสูงสุด
เริ่มต้นธุรกิจนำเข้าอย่างมั่นใจ ทักหา GOGO CARGO ได้เลยครับ

